Archive

Category Archives for "โรคที่เกี่ยวกับตา"

โรคตาในเด็ก

ปัญหาโรคตาเป็นปัญหาที่พบได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยปัญหาที่พบในผู้ป่วยแต่ละวัยมีความแตกต่างกัน การให้การดูแลสุขภาพตาในเด็กจึงมีความสำคัญ เพราะมีโรคตาหลายๆ โรคซึ่งหากได้รับการดูแลอย่างไม่ถูกต้อง อาจเกิดผลร้ายต่อเด็ก ครอบครัว ไปตลอดชีวิต ในทางกลับกัน หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม มักให้ผลการรักษาที่ดี และน่าชื่นใจ โรคตาที่พบบ่อยและน่าสนใจในเด็ก ได้แก่โรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกเกิดก่อนกำหนดพบในเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด คือทารกที่มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 1,500 กรัม หรือมีอายุครรภ์น้อยกว่า 30 สัปดาห์ หรือทารกที่มีอาการผิดปกติหลังคลอด อาจทำให้เกิดความผิดปกติของจอประสาทตาที่ยังเจริญไม่เต็มที่ เกิดปัญหาจอประสาทตาหลุดลอก ทำให้เด็กตาบอดอย่างถาวรไปตลอดชีวิตได้ดังนั้นหากทารกคลอดก่อนกำหนดจึงควรได้รับการตรวจจอประสาทตาเพื่อเฝ้าระวังโรคจอประสาทตาผิดปกติ และได้รับการรักษาที่ทันท่วงที โดยควรพาเด็กไปพบจักษุแพทย์อย่างช้าคือเมื่อทารกอายุไม่เกิน 4 สัปดาห์ท่อน้ำตาอุดตันแต่กำเนิดพบได้ประมาณ 15% ของเด็กเกิดใหม่ เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำตา มักเริ่มมีอาการเมื่ออายุ > 3 สัปดาห์ เนื่องจากเริ่มมีการสร้างน้ำตา เด็กจะมีอาการตาแฉะหรือน้ำตาไหล ตรวจโดยการกดเบาๆบริเวณข้างจมูกหัวตา จะมีของเหลวเหนียวอาจเป็นหนองออกมาทางรูน้ำตาบริเวณใกล้หัวตา มักหายเองภายในอายุ 6 เดือน – 1 ปีข้อเสนอแนะในการให้การดูแลรักษาอายุน้อยกว่า 1 ขวบ : แนะนำนวดหัวตาโดยนวดไล่จากบริเวณหัวตาลงมาถึงด้านข้างจมูก (Creiger maneuver) วันละหลายๆ ครั้ง (เช่นวันละ 4 […]

อ่านต่อ ..

โรคตาในผู้สูงอายุ

วันเวลาที่ผ่านล่วงเลยไป จากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ และผ่านเข้าสู่วัยสูงอายุ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญที่ต้องได้รับการดูแล เพื่อให้สามารถมองโลกที่สดใสได้ตลอดไป การเปลี่ยนแปลงหรือความเสื่อมอาจเกิดขึ้นกับส่วนต่างๆ ของตา ทำให้เกิดโรคทางตาในผู้สูงอายุ ที่ควรรู้จักเพื่อรักษาสุขภาพตาของผู้สูงอายุให้อยู่ได้นานที่สุด ดังนี้1. โรคต้อกระจก (cataract)เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ เกิดจากการขุ่นของเลนส์แก้วตา ผู้ที่อายุมากกว่า 70 ปีพบได้ถึง 70%อาการไม่มีอาการปวดตา ภาพมัวมืด เวลามองแสงจ้าจะเกิดแสงสะท้อน เช่น มองไฟหน้ารถที่ขับสวน ภาพบิดเบี้ยว มองเห็นในระยะใกล้ชัดขึ้น การมองเห็นในที่มืดแย่ลงสาเหตุสำคัญเกิดจากความเสื่อมตามอายุ สาเหตุอื่นๆ เช่น การบาดเจ็บที่ตา โรคเบาหวาน สาเหตุที่มักเข้าใจผิด และไม่ได้ทำให้เกิดต้อกระจก ได้แก่ โรคมะเร็ง การใช้สายตามากการรักษาโดยการผ่าตัดหรือสลายเลนส์ตาที่ขุ่นออกเป็นการรักษาที่ทำให้หายขาดได้ โดยจะผ่าเมื่อเมื่อบดบังการมองเห็นมาก จนมีผลกระทบต่อการใช้งาน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ2. โรคต้อหิน (glaucoma)เกิดจากการระบายน้ำในลูกตาผิดปกติ ทำให้ความดันตาสูง และกดทำลายเส้นประสาทตาได้ พบได้ถึง 2% ในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยช่วงแรกของโรคมักไม่มีอาการ ไม่ปวด ดังนั้นการรีบวินิจฉัยและรักษาจะสามารถช่วยไม่ให้เกิดการตาบอดได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคต้อหิน ควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง อายุ 40 ปีขึ้นไป […]

อ่านต่อ ..

ตาขี้เกียจ

image source: http://www.wichitaoptometry.comตาขี้เกียจ (Amblyopia)มาจากคำว่า amblyos ภาษากรีก หมายถึง มืดมัว และคำว่า opia หมายถึง สายตา amblyos + opia รวมกันจึงหมายความว่า ภาวะสายตามัว ซึ่งอาจเป็นตาข้างเดียวหรือสองข้าง ส่วนมากมักเป็นตาข้างเดียว โดยไม่พบผิดปกติหรือโรคที่เป็นสาเหตุ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือภาวะตามัวทั้งๆ ที่ส่วนของตาที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นเป็นปกติดีทุกอย่าง ในภาษาอังกฤษเรียกว่า lazy eye หมายถึง ไม่เป็นอะไรหรือแม้ว่าจะพบสาเหตุและแก้ไขแล้ว แต่ตาก็ยังมองไม่เห็นอุบัติการอุบัติการของภาวะนี้ พบได้ในประชากรวัยเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-3 ปี ถึงร้อยละ 2.0 ถึง 2.5 และจะลดลงไปเรื่อยๆ จนมีอายุ 6-7 ปีการพัฒนาการเห็นเด็กแรกเกิดถึงจะมีดวงตาปกติแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นไม่ชัดเจน การพัฒนาการมองเห็นจะเริ่มตั้งแต่เกิด จนสายตาเห็นชัดเท่าผู้ใหญ่เมื่ออายุประมาณ 6-7 ปี พอเด็กเริ่มลืมตาจะมีแสงสว่างกระทบตาผ่านส่วนต่างๆไปถึงจอตา ที่จอตามีเซลล์ประสาทรับรู้การเห็นจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนรับรู้การเห็นทำให้เด็กค่อยๆ เห็นมากขึ้น ช่วงที่มีการพัฒนาสูงสุดในอายุ 2-3 ปีแรก หากในช่วงนี้มีสิ่งกีดขวางมิให้แสงจากวัตถุไปกระตุ้นจอตาไม่ว่ามาจากสาเหตุใดก็ตาม จอตาก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ นานเข้าก็เลยมิอาจเรียนรู้ แม้เมื่อโตขึ้น จะมารับการรักษาขจัดสาเหตุตามัวออกไป […]

อ่านต่อ ..

โรคสายตาเอียงมาก สาเหตุ และการแก้ไข

image source:https://www.insightvisioncenter.com/what-is-astigmatism/ โรคสายตาเอียงโรคสายตาเอียงเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปจนส่งผลให้เกิดปัญหาในการมองเห็นแบบไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสายตาเอียงให้มากขึ้น บทความนี้จึงขอนำเสนอสาระสำคัญของโรคสายตาเอียง วิธีสังเกตอาการ การทดสอบสายตาเอียง วิธีรักษา และการพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจรักษาimage source:http://www.eyedayclinic.gr/en/astigmatismos/โรคสายตาเอียงคืออะไร?ภาวะความผิดปกติทางสายตาที่ทำให้เห็นภาพเบลอ หรือเห็นภาพบิดเบี้ยวไป เกิดจากกระจกตามีรูปร่างผิดปกติหรือบางครั้งเกิดจากความโค้งผิดรูปของเลนส์ตาที่อยู่ข้างใน การที่กระจกตาหรือเลนส์ตามีรูปร่างผิดปกติจะส่งผลให้แสงไม่ตกกระทบลงจุดรวมแสงที่จอประสาทตาพอดี ผลที่ตามมาคือ ไม่ว่าคุณจะมองภาพจากระยะใกล้หรือไกลก็ตาม ภาพที่คุณมองเห็นจะเบลอ อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา และรู้สึกปวดหัวคนส่วนใหญ่จะมีภาวะสายตาเอียงอยู่แล้ว แต่ถ้ามีอาการสายตาเอียงไม่มากก็จะไม่มีผลต่อการมองเห็น หรือไม่ต้องการรักษาใด ๆ ภาวะสายตาเอียงมักจะเกิดในคนที่มีปัญหาสายตาสั้นหรือสายตายาวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับการตกกระทบของแสงเช่นเดียวกันปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคสายตาเอียง เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดจากพันธุกรรม ทำให้เป็นตั้งแต่เกิด แต่ภาวะสายตาเอียงอาจจะแย่ลงหรือดีขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดีบางครั้งสายตาเอียงอาจจะเป็นผลที่ตามมาหลังจากได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา หรือเป็นผลแทรกซ้อนมาจากการผ่าตัดimage source: https://endmyopia.org/magda-astigmatism-cure/สายตาเอียงสังเกตง่าย ๆ ได้อย่างไร?สายตาเอียงอาจจะไม่ได้มีอาการเฉพาะเจาะจง บางครั้งอาจจะเกิดร่วมกับอาการสายตาสั้น หรือสายตายาว คุณอาจจะมีอาการมองเห็นภาพไม่ชัดเจน รู้สึกเมื่อยล้าดวงตา ปวดหัว โดยเฉพาะหลังจากทำงานบางอย่างที่ต้องเพ่ง หรือทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เช่น อ่านหนังสือ หรือใช้คอมพิวเตอร์ทดสอบสายตาเอียงทำได้อย่างไร?คุณสามารถทดสอบว่าตนเองเป็นโรคสายตาเอียงหรือไม่ได้โดยการไปตรวจเช็คสายตาประจำปีทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาจะทำการวัดจุดรวมแสงของสายตา และวัดค่าเลนส์สายตาหากมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งมีวิธีการทดสอบสายตาเอียง ได้แก่ ทดสอบความคมชัดของการมองเห็น โดยการอ่านตัวอักษรที่อยู่บนแผ่นวัดสายตาที่วางอยู่ในระยะไกล วัดความโค้งของกระจกตา โดยใช้เครื่องเคราโตมิเตอร์ (Keratometer) หรือโทโพกราฟเฟอร์ […]

อ่านต่อ ..

กระจกตารูปกรวย Keratoconus

กระจกตารูปกรวย เป็นภาวะที่มีความผิดปกติของกระจกตา คือ กระจกตามีลักษณะบางลงในบริเวณตรงกลาง ทำให้กระจกตาตรงกลางยื่นออกมาข้างหน้าเป็นรูปกรวย หรือ ย้วย หรือโปน หรือโป่งพอง หรือเบี้ยว อันเป็นที่มาของชื่อต่างๆนั่นเอง โดยที่ไม่พบมีการอักเสบหรือติดเชื้ออะไรทั้งสิ้นพบกระจกตารูปกรวยได้ 4 – 600 คน ต่อประชากร 100,000 คน โดยมักจะเริ่มมีอาการในวัยรุ่นอายุประมาณ 13 – 14 ปี และมีการดำเนินโรคไปเรื่อยๆจนถึงประมาณ 10 – 20 ปี กระ จกตาจึงคงตัวหยุดการเปลี่ยนแปลงสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดกระจกตารูปกรวย ยังไม่ทราบ แต่พบว่า กระจกตารูปกรวย พบในหญิงมากกว่าในชาย ในอัตราส่วน 2 : 1 ในหญิงระหว่างตั้งครรภ์ จะมีการดำเนินโรครุนแรงชัดเจนมาก จึงเชื่อว่าฮอร์โมนเพศหญิงน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะนี้ ส่วนในด้านกรรมพันธุ์ ยังไม่แน่ชัด แต่พบว่า มีประวัติทางกรรมพันธุ์ในผู้ป่วยได้ประมาณ 20% ของผู้ป่วย ทั้งนี้มักจะพบความผิดปกตินี้ในทั้ง 2 ตา โดยที่ตาหนึ่งมักเป็นมากกว่าอีกตา หรือในระยะ แรกของความผิดปกติ จะพบเกิดกับตาข้างเดียวก่อน […]

อ่านต่อ ..

กระจกตาบาง เลสิค ไม่ได้?

ในกรณีที่คุณมีแก้วตาบางมากๆ แต่ต้องการทำเลสิคเพื่อการรักษาตา (เพราะค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการใส่เลนส์เสริมค่อนข้างมาก) คุณอาจลองหาข้อมูล จากหลายๆ ที่ แล้วมาเปรียบเทียบกัน แต่คำตอบที่คุณได้อาจทำให้คุณเกิดอาการสับสนสักเล็กน้อย ทั้งนี้ก็เพราะว่า แต่ละที่อาจให้คำตอบแก่คุณเหมือนกัน เช่น บางศูนย์บอกทำได้บาง โรงพยาบาลบอกไม่ได้ตรงนี้คุณอาจเกิดคำถามในใจแล้วว่า ทำ Lasik เหมือนกันๆ ทำไมบางที่ก็ทำได้ บางที่ทำไม่ได้?คำตอบคือ เพราะว่าแต่ละศูนย์ หรือโรงพยาบาลจะใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน รุ่นของเครื่องมือทีใช้ก็มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน บางรุ่นทำแล้วเสียเนื้อกระจกตาน้อย บางรุ่นเสียมากกว่า เป็นต้นในกรณีที่คุณสายตาสั้นมากๆ หรือกระจกตาบางมากๆ การใส่เลนส์เสริม หรือการทำ ICL เป็นคำตอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะในการทำเลสิก ถ้าคุณกระจกตาบางมาก อาจทำได้ไม่หมด หมายความว่า สายตาคุณก็จะยังสั้นอยู่ (บ้าง) นั่นเอง นอกจากนี้การที่มีกระจกตาเหลือน้อยไปก็อาจเกิดอันตรายได้อีกในภายหลังวิธีการฝังแก้วตาเทียมนั้นหรือการใส่เลนส์เสริมนั้นเป็นการผ่าเปิดระหว่างตาดำกับตาขาว ขนาดไม่ตายตัว แล้วแต่ size ของแก้วตาเทียมที่ใช้ เฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 3-6 มิลลิเมตร ในกรณีเลนส์เสริมนั้นก็จะขึ้นกับชนิดของเลนส์เสริมที่ใช้ โดยอาจจะสอดเข้าไปหน้าต่อม่านตา หรือต่อแก้วตาธรรมชาติ ในกรณีที่่แผลไม่กว้างมาก กล่าวคืออยู่ที่ 3 มิลลิเมตร ไม่ต้องเย็บแผลวัสดุที่ใช้ในการทำเลนส์เสริมหรือแก้วตาเทียมระยะแรกจะใช้เป็นวัสดุแข็ง ทำให้พับไม่ได้ ต่อมาได้มีการพัฒนาใช้วัสสุดนิ่มลง ได้แก่พวก ซิลิโคน […]

อ่านต่อ ..